<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092</id><updated>2012-02-16T01:06:55.991-08:00</updated><category term='พฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง'/><category term='ไมโคชิพ'/><category term='สรุปการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล'/><category term='สรุปการบริหารโครงการ'/><category term='สรุปหน้าห้อง 30/06/51'/><category term='วิธีดูแล &quot;โนตบุ๊ก&quot;'/><category term='หนอนนาโนขนาดจิ๋ว'/><category term='จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า...'/><category term='การบ้านครั้งที่ 1'/><title type='text'>Princess</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>10</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-722273418577765333</id><published>2008-08-04T09:43:00.001-07:00</published><updated>2008-08-04T09:50:54.498-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีดูแล &quot;โนตบุ๊ก&quot;'/><title type='text'>วิธีดูแล "โนตบุ๊ก"</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SJcyHO3BDpI/AAAAAAAAAAc/DP06p8-MUJE/s1600-h/com02040851p1[1].jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5230704592043445906" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SJcyHO3BDpI/AAAAAAAAAAc/DP06p8-MUJE/s320/com02040851p1%5B1%5D.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;วิธีดูแล "โน้ตบุ๊ก" คู่ใจ ให้อยู่ข้างกายไปนาน...นาน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก หรือของใช้อะไรก็ตาม จำเป็นที่เราจะต้องทำความรู้จักสิ่งนั้นให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้เรียนรู้และเข้าใจถึงจุดเด่น ศักยภาพ ความสามารถและข้อจำกัด รวมไปถึงจุดอ่อนที่พึงระวัง "ประชาชาติธุรกิจ" ฉบับนี้ขอนำข้อมูลจากบทความ "รอบทิศไอที" ของ สุรพงษ์ เกียรติพงสา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มานำเสนอเกี่ยวกับวิธีการดูแลโน้ตบุ๊ก เพื่อให้มีอายุการใช้งานไปนาน และคุ้มค่าการลงทุน เช่นต้องดูว่าโน้ตบุ๊กที่ใช้อยู่นั้นทำมาจากวัสดุแบบไหน แข็งแรงหรือเปราะบางแค่ไหน ถ้าเกิดมีปัญหาที่ตัววัสดุแต่ละชิ้นจะมีอะไหล่ที่หาเปลี่ยนได้ง่ายหรือไม่ การปรับเปลี่ยนเพิ่มอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโน้ตบุ๊กทำได้ง่ายหรือไม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องเรียนรู้ให้มากที่สุดก่อน ตัดสินใจซื้อและการดูแลแหล่งพลังงานของโน้ตบุ๊ก และปลุกให้กระชุ่มกระชวยตลอดเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญถ้าอาหาร คือแหล่งพลังงานของคน แบตเตอรี่ก็คือแหล่งพลังงานของโน้ตบุ๊ก ดังนั้นจึงควรดูแลแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊กให้ดีเพื่อให้สามารถจ่ายพลังงานให้กับโน้ตบุ๊กต่อการใช้งานครั้งหนึ่งได้นานๆ ขณะที่บางคนกังวลว่า ควรถอดแบตเตอรี่ออกหรือไม่เวลาต่อโน้ตบุ๊กแล้วใช้พลังไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟ โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ มีระบบป้องกันแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างดี ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาใช้งานโน้ตบุ๊กที่ใส่แบตเตอรี่ทิ้งไว้แล้วต่ออะแดปเตอร์กับ ไฟบ้าน ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับที่เวลาชาร์จไฟแบตเตอรี่เต็มแล้วต้องถอดอะแดปเตอร์ออกไหม ? หายกังวลได้เลย เพราะแบตเตอรี่รุ่นใหม่ๆ จะมีวงจรที่ช่วยจัดการเรื่องพวกนี้ให้อยู่แล้วโดยปกติแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี แต่กับบางยี่ห้อที่ดีๆ ก็อาจยาวนานไปถึง 6 ปีเลยก็ได้ สำหรับใครที่อยากจะยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานเต็มประสิทธิภาพ ไม่เดี้ยงไปซะก่อนครบรอบอายุการใช้งาน มีคำแนะนำดังนี้อย่างแรกคือ แบตเตอรี่ เป็นพวกไม่ชอบอากาศร้อน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ หรือใช้โน้ตบุ๊กในที่ที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน โดยอุณหภูมิที่จะช่วยรักษาสภาพของแบตเตอรี่ไว้ได้ยาวนานคือประมาณ 25 องศาเซลเซียส อันดับต่อมา เวลาที่จะต้องชาร์จแบตเตอรี่ครั้งใหม่ ไม่ควรรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงแล้วค่อยนำมาชาร์จ (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ) ควรชาร์จไฟใหม่ เมื่อมีการใช้งานแบตเตอรี่ไปสัก ครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 50-60% เพราะจะช่วยไม่ให้เกิดความร้อนสะสมอันเป็นตัวนำมาซึ่งการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ และควรระมัดระวังการทำแบตเตอรี่หล่นบนพื้นแข็งๆ หรือเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง เพราะจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของแบตเตอรี่ได้ แบตเตอรี่ปลอมก็เป็นอีกสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและต้องระมัด ระวัง เพราะนอกจากส่งผลต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานด้วย เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร การไหม้ หรือระเบิดได้นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่ผู้ใช้งานโน้ตบุ๊กควรใส่ใจ เพื่อป้องกันปัญหา โดยเฉพาะเรื่อง "ความร้อน" ซึ่งแทบจะเป็นสาเหตุต่างๆ ของปัญหาระหว่างการใช้งานโน้ตบุ๊กเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการแฮงก์ ค้างไปเฉยๆ ระหว่างการทำงาน เรื่องของพลังงานที่โน้ตบุ๊กต้องจัดการจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่องที่เป็นข้อจำกัด ทำให้ต้องรู้จักจัดการเรื่องการใช้พลังงานภายในเครื่องโน้ตบุ๊กอย่างดี เพื่อช่วยให้การทำงานที่ราบรื่นและการยืดอายุการใช้งานโน้ตบุ๊กได้อีกด้วยอย่างเรื่องการแชร์หน่วยความจำเครื่องให้กับหน่วยประมวลผลกราฟิก ควรแชร์ให้เท่าที่ความจำเป็นต่อการใช้งาน ยกตัวอย่าง ใช้โน้ตบุ๊กพิมพ์งานเอกสารทั่วไป เล่นเน็ต ฟังเพลง ก็แชร์แรมไปให้กราฟิกแค่ 8 Mb ก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าเริ่มดูหนัง เล่นเกมออนไลน์ ก็สัก 16-32 Mb แต่ถ้าเริ่มมีภาพ 3D หรือใช้โปรแกรมกราฟิกเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้อง 64Mb ขึ้นไป หรืออย่างเวลาไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันไร้สายต่างๆ เช่น Wi-Fi, Bluetooth หรือแม้แต่อินฟราเรด ก็ควรปิดการใช้งานไปซะ จะช่วยลดการใช้พลังงานภายในเครื่องได้อีกเยอะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;--&gt;&gt; จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติ  หน้า 32&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-722273418577765333?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/722273418577765333/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=722273418577765333' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/722273418577765333'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/722273418577765333'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/08/blog-post.html' title='วิธีดูแล &quot;โนตบุ๊ก&quot;'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SJcyHO3BDpI/AAAAAAAAAAc/DP06p8-MUJE/s72-c/com02040851p1%5B1%5D.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-7242273626451841629</id><published>2008-07-20T08:29:00.000-07:00</published><updated>2008-07-20T08:47:04.063-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง'/><title type='text'>พฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SINdZLp-TgI/AAAAAAAAAAU/Ehphft7JYrM/s1600-h/56475858[1].jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5225122679886859778" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SINdZLp-TgI/AAAAAAAAAAU/Ehphft7JYrM/s320/56475858%5B1%5D.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;วันนี้เกร็ดความรู้มีพฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลังมาบอกกัน....&lt;br /&gt;1. การนั่งไขว่ห้าง จะทำให้น้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใดข้างหนึ่ง เป็นผลให้กระดูกคด&lt;br /&gt;2. การนั่งกอดอก ทำให้หลังช่วงบน สะบัก และหัวไหล่ ถูกยืดยาวออก หลังช่วงบนค่อมและงุ้มไปด้านหน้า ทำให้กระดูกคอยื่นไปด้านหน้า มีผลต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขน อาจทำให้มืออ่อนแรง หรือชาได้ &lt;div&gt;3. การนั่งหลังงอ หลังค่อม เช่น การอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนาน ๆ เป็นชั่วโมง จะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้าง เกิดการคั่งของกรดแลกติค มีอาการเมื่อยล้า ปวด และมีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปตามมา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;4. การนั่งเบาะเก้าอี้ไม่เต็มก้น ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนัก เพราะฐานในการรับน้ำหนักตัวแคบ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;5. การยืนพักขาลงน้ำหนักด้วยขาข้างเดียว การยืนที่ถูกต้องควรลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่า ๆ กัน โดยยืนให้ขากว้างเท่าสะโพกจะทำให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างร่างกาย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;6. การยืนแอ่นพุง/หลังค่อม ควรยืนหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อย เพื่อเป็นการรักษาแนวกระดูกช่วงล่างไม่ให้แอ่นและทำให้ไม่ปวดหลัง &lt;/div&gt;&lt;div&gt;7. การใส่ส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่ง จะทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ ซึ่งจะนำมาสู่อาการปวดหลัง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;8. การสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว ไม่ควรสะพายกระเป๋าข้างใดข้างหนึ่งต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนเป็นการถือกระเป๋า โดยใช้ร่างกายทั้ง 2 ข้างให้เท่าๆ กัน อย่าใช้แค่ข้างใดข้างหนึ่งตลอด เพราะจะทำให้ต้องทำงานหนักอยู่เพียงซีกเดียว ส่งผลให้กระดูกสันหลังคดได้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;9. การหิ้วของหนักด้วยนิ้วบ่อยๆ จะมีผลทำให้มีพังผืดยึดตามข้อนิ้วมือ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;10. การนอนขดตัว/นอนตัวเอียง ท่านอนหงายเป็นท่านอนที่ถูกต้องที่สุด ควรนอนให้ศีรษะอยู่ในแนวระนาบ หมอนหนุนศีรษะต้องไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป ควรมีหมอนรองใต้เข่าเพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่าง หากจำเป็นต้องนอนตะแคง ให้หาหมอนข้างก่ายโดยก่ายให้ขาทั้งหมดอยู่บนหมอนข้าง เพื่อรักษาแนวกระดูกให้อยู่ในแนวตรง&lt;br /&gt;รู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าว จะได้ไม่ทำร้ายกระดูกสันหลังอีกต่อไป.&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก ซีเคร็ท เชพ เวลเนส เซ็นเตอร์&lt;br /&gt;หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-7242273626451841629?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/7242273626451841629/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=7242273626451841629' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/7242273626451841629'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/7242273626451841629'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/07/blog-post_2250.html' title='พฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SINdZLp-TgI/AAAAAAAAAAU/Ehphft7JYrM/s72-c/56475858%5B1%5D.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-6115209601540592603</id><published>2008-07-20T08:09:00.000-07:00</published><updated>2008-07-20T08:28:59.672-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สรุปการบริหารโครงการ'/><title type='text'>สรุปการบริหารโครงการ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;การบริหารโครงการ(Project Management)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;โครงการ หมายถึง ข้อเสนอที่จะที่จะดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้สำเร็จโดยมีการตระเตรียม และวางแผนงานไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในเรื่องหนึ่งความแตกต่างระหว่างแผนงานและโครงการ แผนงานจะประกอบด้วยโครงการมากกว่า 1 โครงการเป็นการดำเนินงานระยะยาว มีกระบวนการดำเนินการทั่วทั้งองค์การ วิธีการจัดทำแผนงานจะใช้วิธีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ลักษณะของโครงการ&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;- มีวัตถุประสงค์ชัดเจน&lt;br /&gt;- มีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด&lt;br /&gt;- ดำเนินงานอยู่ภายใต้ข้อจำกัด เวลา ต้นทุน คุณภาพ&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;วงจรการพัฒนาโครงการ&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;1.ช่วงระยะก่อนการบริหารโครงการ&lt;br /&gt;2.ช่วงระยะการบริหารโครงการ&lt;br /&gt;3.ช่วงระยะการบำรุงรักษา&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;การวางแผนโครงการ&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;-จุดมุ่งหมายของการวางแผน&lt;br /&gt;-ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการวางแผน&lt;br /&gt;-ขั้นตอนการวางแผนโครงการ&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;1).กำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตของงาน&lt;br /&gt;2.)กำหนดผลิตภัณฑ์ที่จะต้องสงมอบและระบุรายการโครงสร้างงาน&lt;br /&gt;3.)การจัดองค์กร&lt;br /&gt;4.)กำหนดระบบการทำงานและระบบเอกสาร&lt;br /&gt;5.)การกำหนดตารางเวลาจุดมุ่งหมายของการกำหนดตารางเวลาโครงการ จะต้องทำงานอะไรบ้าง ใช้เวลาเทาไหร่ ใช้ทรัพยากรอะไรเครื่องมือที่ใช้ในการจัดทำตารางเวลา ประกอบกิจกรรมช่วงเวลา กราฟแท่งแนวนอน&lt;br /&gt;ลักษณะแผนผัง PDM ใช้กล่องสี่เหลี่ยมแทนงาน ลูกศรจะแทนความสัมพันธ์ระหว่างงานในหลายชนิด&lt;br /&gt;ช่วงเริ่มดำเนินงาน ดำเนินการติดตามโครงการตามจุดตรวจสอบ ประเมินผลตามเกณฑ์การวัดผล ติดตามการสื่อสารภายในโครงการ การประชุมการติดตามดูแลโครงการ (Project Monitoring ) จะมีการติดตาม การวัดความก้าวหน้าระหว่างการดำเนินงาน&lt;br /&gt;กระบวนการแก้ไขปัญหา มีการระบุปัญหา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์หาสาเหตุ ทำแผนปฏิบัติ เป็นต้น&lt;br /&gt;ความขัดแย้งในโครงการ สาเหตุ ประเภทความขัดแย้ง การจัดการความขัดแย้ง ความตึงเครียดในโครงการ&lt;br /&gt;รูปแบบการปิดโครงการ มีการปิดโครงการเมื่อแล้วเสร็จตามแผน การปิดโครงการกลางคัน การปิดโครงการามเดิม และปิดโครงการใหม่&lt;br /&gt;การประเมินผลโครงการ หมายถึง การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ อันจะนำมาสู่การตัดสินใจ&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้การสนับสนุนงบประมาณอย่างพอเพียง ช่วยให้ทรัพยากรเกิดประโยชน์เต็มที่เพื่อให้ได้สารสนเทศที่สำคัญสำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจความประหยัด การใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดในการผลิต ใช้ปัจจัยนำเข้าด้วยต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้&lt;br /&gt;ความมีประสิทธิภาพ การเปรียบเทียบระหว่างปัจจัยนำเข้ากับผลผลิต&lt;br /&gt;ความมีประสิทธิผล เปรียบเทียบวัตถุประสงค์กับผลลัพธ์ของโครงการ&lt;br /&gt;ขั้นตอนการจัดทำระบบการประเมินผลโครงการ&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;ขั้นที่ 1 กำหนดผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการ&lt;br /&gt;ขั้นที่ 2 กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของงาน&lt;br /&gt;ขั้นที่ 3 กำหนดวิธีการรวบรวมข้อมูล&lt;br /&gt;ขั้นที่ 4 กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน&lt;br /&gt;ขั้นที่ 5 รายงานผลสัมฤทธิ์&lt;br /&gt;ขั้นที่ 6 ใช้ประโยชน์ข้อมูลจากการประเมินผลโครงการ&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-6115209601540592603?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/6115209601540592603/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=6115209601540592603' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/6115209601540592603'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/6115209601540592603'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/07/blog-post_20.html' title='สรุปการบริหารโครงการ'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-512116692006087548</id><published>2008-07-08T04:24:00.000-07:00</published><updated>2008-07-08T04:38:55.363-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า...'/><title type='text'>จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า...(ท่านพุทธทาสภิกขุ)</title><content type='html'>&lt;span style="color:#009900;"&gt;จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า...(ท่านพุทธทาสภิกขุ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า... &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ของเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาเป็นเพื่อนเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏสงสารด้วยกันกะเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลสเหมือนเรา ย่อมพลั้งเผลอไปบ้าง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็มี ราคะ โทสะ โมหะ ไม่น้อยไปกว่าเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาย่อมพลั้งเผลอบางคราวเหมือนเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม เหมือนเรา ไม่รู้จักนิพพานเหมือนเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาโง่ในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยโง่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็ตามใจตัวเองในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยทำ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็อยากดี เหมือนเรา ที่อยาก ดี-เด่น-ดัง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็มักจะกอบโกย และเอาเปรียบเมื่อมีโอกาสเหมือนเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็มีสิทธิที่จะ บ้าดี-เมาดี-หลงดี-จมดี เหมือนเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาเป็นคนธรรมดา ที่ยึดมั่นถือมั่นอะไรต่างๆ เหมือนเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาไม่มีหน้าที่ ที่จะเป็นทุกข์ หรือตายแทนเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาเป็นเพื่อนร่วมชาติ ร่วมศาสนากะเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขาก็ทำอะไรด้วยความคิดชั่วแล่น และผลุนผลัน เหมือนเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีหน้าที่รับผิดชอบต่อครอบครัวของเขา มิใช่ของเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะมีรสนิยม ตามพอใจของเขา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะเลือก (แม้ศาสนา) ตามพอใจของเขา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะใช้สมบัติสาธารณะเท่ากันกับเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะเป็นโรคประสาท หรือเป็นบ้า เท่ากับเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะขอความช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจจากเรา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะได้รับอภัยจากเรา ตามควรแก่กรณี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะเป็นสังคมนิยม หรือเสรีนิยม ตามใจเขา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ ที่จะเห็นแก่ตัว ก่อนเห็นแก่ผู้อื่น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;เขามีสิทธิ แห่งมนุษยชน เท่ากันกับเรา สำหรับจะอยู่ในโลก ถ้าเราคิดกันอย่างนี้ จะไม่มีการขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;จาก แก่นพุทธศาสน์ (พุทธทาส อินทปัญโญ) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;ที่มา ธรรมจักร &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-512116692006087548?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/512116692006087548/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=512116692006087548' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/512116692006087548'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/512116692006087548'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/07/blog-post_08.html' title='จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า...(ท่านพุทธทาสภิกขุ)'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-1853796454462946243</id><published>2008-07-08T03:41:00.000-07:00</published><updated>2008-07-08T04:42:21.044-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สรุปการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล'/><title type='text'>สรุปการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;ความสำคัญและความหมายของการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลแนวคิดเกี่ยวกับการวางแผนด้านสารสนเทศสำหรับบุคคลเป็นแนวคิดใหม่ที่ต้องอาศัยทักษะหลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะด้านการจัดการ ทั้งนี้เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการประกอบกิจการงานและการดำรงชีวิตในยุคการเปลี่ยนแปลงดังเช่นปัจจุบัน แนวคิดนี้เรียกว่า การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลให้ประสบความสำเร็จมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.1 วิเคราะห์ความต้องการด้านสารสนเทศของตนเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.2 สำรวจและทดลองระบบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.3 พัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นเพื่อให้สามารถกำหนดระบบที่เหมาะสมที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.4 นำระบบที่ได้กำหนดแล้วมาใช้งาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.5 ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. ความหมายของการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล เป็นแนวคิดที่อาศัยทักษะหลายด้านในการดำเนินการกับสารสนเทศทุกประเภทที่แต่ละบุคคลได้รับ ทั้งที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการงานหรือการดำรงชีวิต เพื่อให้สามารถนำสารสนเทศที่สำคัญหรือจำเป็นต่อบุคคลนั้นออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3333ff;"&gt;พัฒนาการของระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. ระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลในรูปกระดาษ ที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. ระบบสารสนเทศส่วนบุคคลในรูปคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านรูปลักษณ์ ระดับความสามารถในการทำงาน และราคา ซึ่งแนวโน้มว่าในอนาคตจะมีความผกผันระหว่างขนาดของฮาร์ดแวร์และความสามารถในการทำงานของระบบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;3. ระบบจัดการสารสนเทศของกลุ่ม ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงสารสนเทศส่วนบุคคลของกลุ่มบุคคลที่ทำงานร่วมกันเข้าด้วยกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3333ff;"&gt;องค์ประกอบและประเภทของระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. องค์ประกอบของระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.1 ส่วนรับเข้า ประกอบด้วย ความต้องการด้านสารสนเทศของผู้ใช้ และข้อมูลที่เข้าสู่ระบบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.2 ส่วนประมวลผล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.3 ส่วนแสดงผล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2.ประเภทของระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2.1 ประเภทรูปลักษณ์ ได้แก่ โปรแกรมสำเร็จรูป และอุปกรณ์เฉพาะ เช่น เครื่องพีดีเอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2.2 ประเภทฟังก์ชันการทำงาน เช่น ประเภทพื้นฐาน ประเภทกึ่งซับซ้อน และประเภทซับซ้อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3333ff;"&gt;เกณฑ์การเลือกระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;การเลือกระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลมีเกณฑ์ที่ควรคำนึงถึงทั้งด้านผู้ที่ใช้ระบบและตัวระบบ ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. ด้านผู้ที่จะใช้ระบบ ควรพิจารณาถึงเป้าหมาย ความต้องการด้านสารสนเทศ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. ด้านตัวระบบ ควรพิจารณาถึงความสามารถในการทำงาน ราคา ความยากง่ายในการใช้และการเรียนรู้ การสนับสนุนด้านเทคนิค การรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนการทดลองใช้ระบบก่อนการตัดสินใจเลือกระบบใดระบบหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;ระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3333ff;"&gt;ระบบนัดหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. ระบบนัดหมายส่วนบุคคลระบบนัดหมายส่วนบุคคล หรือปฏิทินการทำงานส่วนบุคคลเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พบในระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลโดยทั่วไป ระบบนี้มีลักษณะคล้ายสมุดนัดหมายส่วนบุคคลที่เป็นกระดาษที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. ระบบนัดหมายกลุ่มระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการนัดประชุม หรือที่เรียกว่าระบบนัดหมายกลุ่ม จัดเป็นพัฒนาการที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนัดหมายบุคคล การใช้งานของระบบนัดหมายกลุ่มจะบังเกิดผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยสองประการ ประการแรก สมาชิกทุกคนในกลุ่มต้องใช้ระบบนัดหมายส่วนบุคคลในการบริหารเวลาของตนเอง และระบบนัดหมายส่วนบุคคลนั้นควรเป็นระบบเดียวกัน หากเป็นคนละระบบก็ต้องใช้รูปแบบของข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้สามารถแสดงผลพร้อมกันได้ และอีกประการหนึ่งคือ ระบบนัดหมายส่วนบุคคลที่สมาชิกทุกคนใช้จะต้องสามารถเข้าถึงได้โดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3333ff;"&gt;ระบบติดตามงาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. ระบบติดตามงานส่วนบุคคลระบบติดตามงานส่วนบุคคล เป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์ประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับนาฬิกาปลุกและเครื่องคิดเลข ที่มักเป็นส่วนเสริมอยู่ในระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลแทบทุกระบบ ระบบติดตามงานบุคคลหมายถึง บัญชีรายการงานที่ยังไม่ได้ดำเนินการระบบติดตามงานส่วนบุคคลมีระบบช่วยเตือนความจำ 3 รูปแบบ ได้แก่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;- ป้อนข้อความเตือนความจำเข้าสู่ระบบนัดหมายส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ เพราะระบบทั้งสอง เชื่อมโยงกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;- มีหน้าต่างเตือนความจำ แสดงขึ้นที่หน้าจอเมื่อมีการเปิดเครื่อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;- ส่งข้อความเตือนความจำผ่านระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ถึงผู้ใช้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. ระบบติดตามงานกลุ่มบุคลากรทุกคนต้องใช้ระบบติดตามงานส่วนบุคคลในการบริหารงานและเวลาของตนเองและระบบที่ใช้ควรเป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ สำหรับระบบนัดหมายกลุ่ม คือมาตรฐานวี-กาเล็นดาร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3366ff;"&gt;ระบบติดต่อสื่อสาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. ระบบติดต่อสื่อสารแบบพื้นฐานระบบติดต่อสื่อสารแบบพื้นฐานมีลักษณะคล้ายสมุดจดที่อยู่ที่เป็นกระดาษ แต่การค้นหาข้อมูลมีการจัดเรียงลำดับในลักษณะต่างๆตามวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้งาน เช่น เรียงตามชื่อสกุล ชื่อหน่วยงานที่สังกัด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. ระบบติดต่อสื่อสารแบบซับซ้อน เช่น ระบบโทรศัพท์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name="8-3"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#33cc00;"&gt;เทคโนโลยีระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;เทคโนโลยีพีดีเอพีดีเอ (Personal Digital Assistant, PDA) เป็นเทคโนโลยีระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลที่เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เฉพาะที่รวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ด้วยกัน และได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะในการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลแต่เพียงอย่างเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. คุณลักษณะของพีดีเอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.1 การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ มีการพิมพ์ การถ่ายโอนข้อมูล การเขียน การแปลงข้อมูล การพูด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.2 การจัดเก็บสารสนเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.3 การสื่อสาร อาจเป็นได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.4 การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.5 การถ่ายโอนและแลกเปลี่ยนข้อมูล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. ช่องทางการสื่อสารของพีดีเอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2.1 เทคโนโลยีเซลลูลาร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2.2 &lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;เทคโนโลยีอินฟราเรด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3366ff;"&gt;ระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลบนเว็บ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1. จุดเด่นของระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลบนเว็บ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.1 การไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.2 การแสดงสารสนเทศในลักษณะมัลติมีเดีย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2. มาตรฐานสำคัญของระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลบนเว็บในปัจจุบันมาตรฐานที่กำลังเป็นที่นิยมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างระบบติดต่อสื่อสาร คือ มาตรฐานวี-การ์ด เช่น การนำมาใช้ประโยชน์ด้านนามบัตรอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างระบบนัดหมายและระหว่างระบบติดตามงาน คือ มาตรฐานวี-กาเล็นดาร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-1853796454462946243?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/1853796454462946243/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=1853796454462946243' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/1853796454462946243'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/1853796454462946243'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/07/1.html' title='สรุปการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-8595741358425070904</id><published>2008-07-05T08:04:00.000-07:00</published><updated>2008-07-05T08:17:56.768-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนอนนาโนขนาดจิ๋ว'/><title type='text'>หนอนนาโนขนาดจิ๋ว: ความหวังใหม่ของการค้นหาเนื้องอก</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SG-QQYTNQnI/AAAAAAAAAAM/W3aGd4ba0ek/s1600-h/150551_50_1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5219549104221012594" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SG-QQYTNQnI/AAAAAAAAAAM/W3aGd4ba0ek/s320/150551_50_1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย San Diego, มหาวิทยาลัย Santa Barbara และ MIT ได้ทำการพัฒนา “หนอนนาโน” หรือ nanoworms ที่สามารถเดินทางผ่านเข้าไปในกระแสเลือดโดยไม่มีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อไปทำการค้นหาแหล่งของเนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งได้ การค้นพบครั้งนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Materials ทำให้นึกถึงภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ในปี 1966 เรื่อง Fantastic Voyage ที่มีเรือดำน้ำที่สามารถหดตัวได้เหลือขนาดเพียงระดับไมโคร แล้วถูกฉีดเข้าไปในกระแสเลือดเพื่อไปกำจัดก้อนเลือดที่แข็งตัวในสมองของท่านทูตในการใช้หนอนนาโนนี้ แพทย์จะสามารถหาเป้าหมายและแสดงตำแหน่งของเนื้องอกที่กำลังก่อตัวได้ในที่สุด แม้ขนาดของเนื้องอกจะเล็กมากจนวิธีปกติที่ใช้ไม่สามารถค้นพบได้ ปริมาณของยาที่จะใช้ในการลำเลียงไปด้วยขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของเนื้องอกที่พบ โดยในอนาคตคาดว่า หนอนนาโนจะช่วยในการนำยาต้านมะเร็งที่เป็นพิษกับเนื้องอกเหล่านี้เข้าไปรักษาได้ในปริมาณความเข้มข้นสูง โดยไม่ไปส่งผลเสียต่ออวัยวะของร่างกายส่วนอื่น ๆ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-8595741358425070904?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/8595741358425070904/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=8595741358425070904' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/8595741358425070904'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/8595741358425070904'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='หนอนนาโนขนาดจิ๋ว: ความหวังใหม่ของการค้นหาเนื้องอก'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_nuDqqQaEkn8/SG-QQYTNQnI/AAAAAAAAAAM/W3aGd4ba0ek/s72-c/150551_50_1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-6436509795029292053</id><published>2008-07-05T07:15:00.000-07:00</published><updated>2008-07-05T08:01:55.264-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สรุปหน้าห้อง 30/06/51'/><title type='text'>สรุปงานหน้าห้อง 30/06/51</title><content type='html'>&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่ 1&lt;span style="font-size:0;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;span style="font-size:0;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการสารสนเทศการสื่อสารและการจัดการทั่วไป&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;ลักษณะงานสำนักงานทั่วไปงานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศในสำนักงาน อาจจำแนกได้ดังนี้ &lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;1.1 งานรับข้อมูลและสารสนเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.2 การเก็บบันทึกข้อมูลและสารสนเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.3 การประมวลผลข้อมูล&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;1.4 การจัดทำเอกสารธุรกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.5 การสื่อสารข้อมูลและเอกสารธุรกิจ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ระบบสำนักงานอัตโนมัติกับการจัดการสารสนเทศ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเป็นเครือข่ายในสำนักงานอัตโนมัติจะทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศระหว่างสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงานต่างๆในเครือข่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำโครงการ และการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินงานต่างๆ โดยการเผยแพร่และสื่อสารสารสนเทศไปยังกลุ่มต่างๆเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว ประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน เหล่านี้ทำให้การดำเนินงานในสำนักงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล&lt;br /&gt;1. การสื่อสารทั่วไปในสำนักงานการสื่อสาร หมายถึง การสื่อข้อความระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยปกติเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารระหว่างมนุษย์ รวมถึงการสนทนาในรูปแบบต่างๆ การใช้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งในปัจจุบันสื่อดังกล่าวทำงานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;2. บทบาทของการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;2.1 การเชื่อมโยงการทำงานของผู้บริหารและพนักงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.2 การเชื่อมโยงสำนักงานกับหน่วยงานภายนอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.3 การประชาสัมพันธ์ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.4 การช่วยค้นหาข้อมูลข่าวสาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.1 การสื่อสารข้อมูล เป็นการนำเทคโนโลยีและวิธีการในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆ โดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอน คือ การสร้างข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ส่ง นำข้อมูลมาสร้างเป็นสัญญาณเพื่อใช้ส่ง ส่งสัญญาณดังกล่าวไปเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ทำการแปลงสัญญาณที่รับ และประมวลผลยังจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาของการสื่อสาร มีดังนี้&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;3.1.1 การพิจารณาอุปกรณ์ต่อพ่วง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.1.2 การเลือกตัวกลางสื่อสารที่เหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.1.3 การกำหนดเกณฑ์วิธีในการสื่อสาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.2 เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตถูกใช้ในการสื่อสารด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูล โดยมีผู้ให้บริการ และผู้สร้างสื่อเผยแพร่มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4. การนำอินเทอร์เน็ตไปใช้ในสำนักงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.1 การประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.2 การสื่อสาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.3 การทำงานทางไกล&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการทั่วไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1. บทบาทต่อการจัดการทั่วไปการจำแนกบทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการบริหารจัดการทั่วไป อาจทำได้หลายประเด็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1 คุณภาพของการจัดการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1.1 การวางแผน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1.2 การจัดองค์การและการจัดการบุคลากร &lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1.3 การบริหารงบประมาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1.4 การบริหารงานโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1.5 การควบคุมการปฏิบัติงานในสำนักงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1.6 การทำรายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.2 คุณภาพของผู้บริหาร บทบาทของผู้บริหารอาจแบ่งได้เป็น 3 ด้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.2.1 การประสานงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.2.2 สารสนเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.2.3 การตัดสินใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.3 การทำงานเป็นทีม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่ 2&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;การใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติในระดับบุคคล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1. ประเภทของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติในระดับบุคคลเมนชิง (Munching 1991) แบ่งระดับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น 4 ระดับ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ใช้โดยตรง เขียนโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือช่วยสร้างโปรแกรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ใช้โดยอ้อม ใช้สารสนเทศที่สร้างจากสารสนเทศ แต่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ หรือทำงานเกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;ผู้ใช้โดยไม่เขียนโปรแกรม มีปฏิสัมพันธ์กับระบบด้วยการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์และผลลัพธ์จากระบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นักคอมพิวเตอร์อาชีพ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ออกแบบระบบ และเขียนโปรแกรม&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่ 3&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;แนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูลในสำนักงาน การจัดการข้อมูลในสำนักงาน แนวทางในการพัฒนาฐานข้อมูลในสำนักงานพร้อมตัวอย่าง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;ฐานข้อมูล (database) คือ แหล่งรวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันในด้านใดด้านหนึ่งจัดเก็บให้เป็นระเบียบ ข้อมูลที่จัดเก็บในฐานข้อมูลประโยชน์ของฐานข้อมูล&lt;br /&gt;-การลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล&lt;br /&gt;-การลดความขัดแย้งหรือความต่างกันของข้อมูล&lt;br /&gt;-การพัฒนาระบบใหม่ทำได้สะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาสั้น และมีค่าใช้จ่ายต่ำลง&lt;br /&gt;-การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทำได้ง่าย&lt;br /&gt;-การทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องมากขึ้น&lt;br /&gt;- ความสามารถในการป้องกันการสูญหายของข้อมูลหรือป้องกันฐานข้อมูลถูกทำลาย เครื่องมือในการจัดการฐานข้อมูลเครื่องมือหลัก คือ ระบบจัดการฐานข้อมูล เป็นโปรแกรมที่เขียนที่อำนวยความสะดวกในการจัดทำและนำข้อมูลจากฐานข้อมูลมาใช้งาน รวมทั้งการมีระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลโครงสร้างของฐานข้อมูล แบ่งเป็น โครงสร้างเชิงกายภาพและ โครงสร้างเชิงตรรกะ&lt;br /&gt;แนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลในสำนักงาน&lt;br /&gt;1. การศึกษาเบื้องต้นเพื่อจัดทำฐานข้อมูล&lt;br /&gt;2. การออกแบบฐานข้อมูล&lt;br /&gt;3. การจัดทำและนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูล&lt;br /&gt;4. การทดสอบและประเมินผล&lt;br /&gt;5. การใช้งานฐานข้อมูล&lt;br /&gt;6. การบำรุงรักษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่ 4&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;1. ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลในสำนักงาน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบคือ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1.1 คน ในที่นี้มี 2 กลุ่ม คือ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1.1.1 พนักงานของหน่วยงานที่ไม่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1.1.2 พนักงานของหน่วยงานที่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1.2 ฮาร์ดแวร์&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1.3 ซอฟต์แวร์ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1.4 ไวรัสคอมพิวเตอร์ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1.5 ภัยธรรมชาติ&lt;br /&gt;2. รูปแบบของการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูล&lt;br /&gt;ดาต้าดิดดลิ่ง, ม้าโทรจัน, การโจมตีแบบซาลามิ, แทรปดอร์, การสงครามแบบอิเล็กทรอนิกส์, ลอจิกบอมบ์, อีเมลบอมบ์&lt;br /&gt;3. อาชญากรคอมพิวเตอร์ ) คือคนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และข้อมูล&lt;br /&gt;ไวรัสคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;หมายถึง โปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยมีความสามารถในการแพร่กระจายจากระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ&lt;br /&gt;การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล&lt;br /&gt;การกำหนดการใช้ข้อมูล เป็นการกำหนดสิทธิ์และการได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูล ได้แก่ การใช้&lt;br /&gt;(card), (key). (badge), การใช้รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ, การใช้ลายเซ็นดิจิทัล, การตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ก่อนเข้าสู่ระบบ เช่น การอ่านลายนิ้วมือ&lt;br /&gt;การเข้ารหัส เป็นกระบวนการเข้ารหัส ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการแปลงเนื้อหาทีปรากฏให้ไม่สามารถเข้าใจได้ข้อมูลที่เข้ารหัสจะต้องผ่านกระบวนการถอดรหัสเพื่อถอดรหัสให้เหมือนข้อความต้นฉบับ&lt;br /&gt;การควบคุมการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล เป็นการกำหนดระดับของสิทธิ์ในการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล การควบคุมการตรวจสอบ, การควบคุมคน, การควบคุมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ&lt;br /&gt;การมีโปรแกรมเพื่อตรวจสอบและป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และการจัดทำแผนรองรับกรณีเหตุร้ายหรือแผนฉุกเฉิน&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-6436509795029292053?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/6436509795029292053/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=6436509795029292053' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/6436509795029292053'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/6436509795029292053'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/07/300651.html' title='สรุปงานหน้าห้อง 30/06/51'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-6191689728201119382</id><published>2008-06-27T01:59:00.000-07:00</published><updated>2008-06-27T04:48:47.752-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การบ้านครั้งที่ 1'/><title type='text'>การบ้านครั้งที่ 1</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#cc0000;"&gt;ให้นักศึกษาอธิบายความจากหัวข้อต่อไปนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;-สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นเพียงห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ อาจใช้เป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน เพื่อควบคุมการดำเนินงาน โดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ มีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;-การจัดการสำนักงานให้ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 6 ประการ ดังนี้&lt;br /&gt;1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย&lt;br /&gt;- การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม&lt;br /&gt;- การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร&lt;br /&gt;- การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร&lt;br /&gt;- การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้&lt;br /&gt;2.1 งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร&lt;br /&gt;2.2 งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค&lt;br /&gt;2.3 งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ&lt;br /&gt;3.การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุสำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ&lt;br /&gt;4.การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน&lt;br /&gt;5.การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน&lt;br /&gt;6.การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;-การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย&lt;br /&gt;- การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม&lt;br /&gt;- การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร&lt;br /&gt;- การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร&lt;br /&gt;- การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน&lt;br /&gt;- การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;-สภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้&lt;br /&gt;1. ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต&lt;br /&gt;2. การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน&lt;br /&gt;3. สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;-เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์, ระบบโทรคมนาคม, ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;-การจัดซื้อซอฟต์แวร์ ในการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติอาจใช้วิธีการพัฒนาขึ้นเองในทุก ๆ เรื่อง หรืออาจใช้วิธีเลือกจัดหาซอฟต์แวร์เฉพาะเรื่องที่มีผู้พัฒนาอยู่แล้วมาใช้งานเช่นโปรแกรมประชุมทางไกล (eg.Proshare) ซึ่งจะมีข้อดีในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ตลอดจนประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์จะดีกว่าการเลือกพัฒนาเอง แต่ข้อเสียที่พบคือ หากมีโปรแกรมจัดซื้อมากมายในหลายเรื่อง การใช้งานร่วมกันอาจมีปัญหาความไม่สอดคล้องกันของรหัสสัญญาณ มาตรฐานอื่นๆ ฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ ต่างกัน เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- ความต้องการของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงไป มีการเพิ่มหรือลดจากที่ได้กำหนดไว้ในแผนแม่บทสารสนเทศ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- การเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาการเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- ไม่มีการกำหนดมาตรฐานสากลในการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (protocol)เช่นระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบการสื่อสาร รหัสข้อมูลฯลฯ ผู้อื่น/หน่วยงานภายนอกที่ต้องติดต่อด้วยอาจใช้มาตรฐานต่างกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- ความสามารถในการบีบอัดแฟ้มข้อมูลภาพ และเสียงยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ยังคงใช้เนื้อที่จัดเก็บสูง และใช้เวลาในการบีบอัด/ขยาย-คืนรูป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- ระบบสำนักงานอัตโนมัติจำเป็นต้องใช้ระบบสื่อสารข้อมูลซึ่งหากต้องการประสิทธิภาพ หมายถึง ค่าใช้จ่ายซึ่งสูงขึ้นและยากต่อการควบคุมยิ่งขึ้น(กรณี Virtual - Office Automation) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- การสังเคราะห์เสียงจากข้อความตัวอักษรในแฟ้มข้อมูล ยังขาดความถูกต้องและสมบูรณ์พอโดยเฉพาะภาษาไทย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- การวิเคราะห์ตัวอักษรไทย (Optical Thai Character Recognition) ยังอยู่ในระยะการพัฒนา อัลกอลิทึมให้สามารถเข้าใจตัวอักษรไทยได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ทั้งการตัดคำ การพิจารณาคำผิดฯลฯ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;- ความแตกต่างของระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ และซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ แต่ละภาษาจะมีรายละเอียดปลีกย่อยด้านข้อมูล หน่วยความจำ หรือแม้แต่ฮาร์ดแวร์พิเศษ แตกต่างกันไป ทำให้การพัฒนาโปรแกรมซึ่งเลือกใช้ซอฟต์แวร์ทั้งสองต่างกัน อาจมีข้อขัดแย้งไม่สามารถทำงานร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ดีพอ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- ด้านการประมวลข้อมูล&lt;br /&gt;- การจัดทำสารสนเทศ&lt;br /&gt;- การประกอบวิชาชีพ&lt;br /&gt;- การสนับสนุนผู้บริหาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;1. ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารกระดาษ การจัดส่ง การรับ การจัดเก็บและการทำลาย รวมทั้งงบประมาณในการจัดจ้างผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน&lt;br /&gt;2. การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน ลดขั้นตอนเวลาในการพิมพ์ผิด การตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุง&lt;br /&gt;3. ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น เนื่องจากความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วในการสืบค้น&lt;br /&gt;4. ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากมีสำนักงาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย รวดเร็วประหยัดเวลาในการทำงาน&lt;br /&gt;5. หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับหน่วยงานภายใน ที่ได้รับการบริการและการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วทันสมัย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;-สำนักงานอัตโนมัติมี 6 วิธี ดังนี้&lt;br /&gt;1. ลักษณะของสำนักงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิผล ควรมีลักษณะดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องล้วนใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายแลน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- มีการวางแผนระบบแฟ้มข้อมูลอัตโนมัติเพื่อผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและเอกสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- ซอฟต์แวร์ต่างๆใช้ง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;- อุปกรณ์ต่างๆเป็นมาตรฐานและทำงานร่วมกันได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;-ระบบงานประยุกต์ต่างๆ ได้รับการติดตั้งหรือพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้&lt;br /&gt;2. บุคลากร ที่มีบทบาทในการริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้&lt;br /&gt;2.1 ผู้บริหารระดับสูง&lt;br /&gt;2.2 ผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ&lt;br /&gt;2.3 นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่นๆ&lt;br /&gt;3. ประเด็นสำคัญในการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ&lt;br /&gt;3.1 การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ&lt;br /&gt;3.2 การวางแผนการพัฒนา&lt;br /&gt;3.3 การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ&lt;br /&gt;3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน&lt;br /&gt;4 .สิ่งสำคัญในการวางแผน ข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องทราบก่อนการวางแผนคือ&lt;br /&gt;4.1 ข้อมูลหน่วยงาน&lt;br /&gt;4.2 ข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของหน่วยงาน&lt;br /&gt;4.3 ข้อมูลลักษณะของหน่วยงาน&lt;br /&gt;4.4 ข้อมูลผู้ใช้&lt;br /&gt;4.5 ระบบการสื่อสาร&lt;br /&gt;4.6 ลักษณะของระบบสารสนเทศที่ใช้&lt;br /&gt;4.7 การสนับสนุนเมื่อทราบข้อมูลที่จำเป็นแล้วผู้วางแผนอาจจะจัดทำแผนการพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคต่างๆหรือใช้มาตรฐานการวางแผนงานที่หน่วยงานกำหนดขึ้น เช่นอาจใช้วิธีการเขียนแผนงานเป็นผังงานแกนต์หรือแกนต์ชาร์ต ซึ่งในแผนภาพดังกล่าวจะต้องแสดงระยะเวลาในการดำเนินภารกิจและรายการภารกิจต่างๆ ดังนี้ กำหนดทีมงาน จัดประชุมชี้แจง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบงาน เลือกอุปกรณ์และระบบงาน พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน ทดสอบอุปกรณ์และระบบงาน จัดทำคู่มือ ฝึกอบรม ปรับเปลี่ยนข้อมูลเดิม เปลี่ยนระบบ ประเมินผลการดำเนินงาน ปรับปรุงแก้ไข&lt;br /&gt;5. วิธีการพัฒนา หน่วยงานสามารถพัฒนาหรือจัดหาระบบงานคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้ 6 แบบ ดังนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;5.1 การจัดทำระบบงานเองโดยเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;5.2 การจัดทำระบบงานเองโดยกลุ่มผู้ใช้ระบบ&lt;br /&gt;5.3 การว่าจ้างบริษัทภายนอก&lt;br /&gt;5.4 การซื้อระบบงานมาตรฐาน&lt;br /&gt;5.5 การซื้อระบบงาน&lt;br /&gt;5.6 การจัดซื้อบริการ&lt;br /&gt;6. วัฏจักรพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติ&lt;br /&gt;6.1 การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ&lt;br /&gt;6.2 การออกแบบระบบ&lt;br /&gt;6.3 การสร้างและการติดตั้งระบบ&lt;br /&gt;6.4 การทดสอบระบบงาน&lt;br /&gt;6.5 การเตรียมตัวใช้งานระบบ&lt;br /&gt;6.6 การเปลี่ยนระบบ&lt;br /&gt;6.7 การประเมินและปรับปรุงระบบ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;-มีปัญหาเล็กน้อยที่บางครั้งตามอาจารย์ไม่ทันเวลาอาจารย์สอนในเนื้อหา แต่ก็พยายามตั้งใจเรียน ถามเพื่อน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;-ระบบปฏิบัติการสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึงสำนักงานซึ่งได้รับการพิจารณาคัดสรรงานต่างๆ ที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมมาจัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเดิม ซึ่งมักจะเป็นการปฏิบัติด้วยมือมาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ แบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นยังครอบคลุมรวมถึงการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นให้สามารถบริหารการสืบค้นเอกสาร ภาพ หรือข้อมูลจากแหล่งจัดเก็บต่างๆ ในสำนักงาน - แผนกต่างๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ ผู้ร้องขอซึ่งมีสิทธิ์ นำไปประมวลผลให้ได้ข่าวสารที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน หรือบริหารงานของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-6191689728201119382?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/6191689728201119382/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=6191689728201119382' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/6191689728201119382'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/6191689728201119382'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/06/1.html' title='การบ้านครั้งที่ 1'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-7479871107719299386</id><published>2008-06-26T04:51:00.000-07:00</published><updated>2008-06-26T06:25:53.859-07:00</updated><title type='text'>Why world hot : หยุด! ภาวะโลกร้อน เดี๋ยวนี้</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;ภาวะโลกร้อน ที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรง คุณสามารถช่วยกันลด ภาวะโลกร้อน ได้ง่ายๆ ด้วย 10 วิธีต่อไปนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;1. เปลี่ยนหลอดไฟการเปลี่ยนหลอดไปจากหลอดไส้เป็นหลอดประหยัดไฟหนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;2. ขับรถให้น้อยลงหากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;3. รีไซเคิลของใช้ลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งนึงจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2400 ปอนด์ต่อปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;4. เช็คลมยางการขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติน้ำมันๆทุกๆแกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลงในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะเพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10 % จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1200 ปอนด์ต่อปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ(สำหรับเมืองนอก)ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2000 ปอนด์ต่อปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;8. ปลูกต้นไม้การ ปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปีและอย่างสุดท้าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;10. บอกเพื่อนๆของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้ครับ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : http://www.whyworldhot.com/&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-7479871107719299386?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/7479871107719299386/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=7479871107719299386' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/7479871107719299386'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/7479871107719299386'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/06/why-world-hot.html' title='Why world hot : หยุด! ภาวะโลกร้อน เดี๋ยวนี้'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6387144661456864092.post-2256968404003275996</id><published>2008-06-21T07:35:00.000-07:00</published><updated>2008-06-21T07:46:52.817-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไมโคชิพ'/><title type='text'>ไมโคชิพกินไฟน้อยที่สุดในโลก</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;                 ขนาดเพียง 1มม. แบตนาฬิกาก้อนเดียวอยู่ได้ 200 ปี คาดช่วยย่อส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เล็กลง&lt;br /&gt;กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สก็อต แฮนสัน นักศึกษาปริญญาเอก คณะวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ออกแบบไมโครชิพที่กินไฟน้อยลง 10% เมื่อเทียบกับชิพที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และเมื่ออยู่ในสถานะ “สลีฟโหมด” จิบกระแสไฟน้อยลง 3 หมื่นเท่า&lt;br /&gt; ชิพดังกล่าวกินกระแสไฟเพียง 30 พิกโควัตต์ในช่วง “พักการทำงาน” หรือสลีฟโหมด (1 พิกโควัตต์เท่ากับเศษหนึ่งส่วนล้านล้านวัตต์) หรือถ้าเป็นแบตเตอรี่ก้อนจิ๋วของนาฬิกา 1 ก้อนสามารถใช้กับซีพียูที่นักศึกษารายนี้คิดค้นได้นาน 263 ปี&lt;br /&gt; เขาตั้งชื่อซีพียูของเขาว่า ฟีนิกซ์ โปรเซสเซอร์ เป็นซีพียูที่กินไฟน้อยที่สุดในโลก ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์เซ็นเซอร์ทางการแพทย์ที่ใช้ฝังไว้ในร่างกาย หรือใช้ตรวจจับสภาพแวดล้อม และอุปกรณ์ตรวจตราความปลอดภัย&lt;br /&gt; ซีพียูฟีนิกซ์มีขนาดหนึ่งตารางมิลลิเมตร อาจฟังดูว่าเล็กมาก แต่เป็นเรื่องปกติของชิพที่ใช้กับเซ็นเซอร์ และอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ บางตัวมีขนาดเล็กกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่ชิพฟีนิกซ์มีขนาดบางเท่ากับแบตเตอรี่ชนิดแผ่นฟิล์ม และนี่เองคือหัวใจของความสำเร็จ&lt;br /&gt; โดยทั่วไปแล้ว แบตเตอรี่จะมีขนาดใหญ่กว่าซีพียูมาก ทำให้ขนาดของอุปกรณ์และต้นทุนผลิตสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ยกตัวอย่าง แบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมีขนาดใหญ่กว่าซีพียูถึง 5,000 เท่า และยังใช้งานได้ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น&lt;br /&gt; หากผลิตซีพียูที่กินไฟน้อยลงขนาดแบตเตอรี่ก็เล็กลงด้วย ช่วยให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง สำหรับระบบเซ็นเซอร์ชิพของทีมนักศึกษารวมแบตเตอรี่แล้วมีขนาดเล็กกว่า 1,000 เท่าเทียบกับระบบเซ็นเซอร์ที่คุยว่าเล็กที่สุด และเปิดพรมแดนใหม่ให้แก่อุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่างๆ&lt;br /&gt; ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกนทดสอบใช้ชิพฟีนิกซ์กับเซ็นเซอร์ฝังร่างกายเพื่อตรวจจับแรงดันในลูกตาของผู้ป่วยโรคต้อหิน อนาคตชิพลักษณะนี้จะนำไปใช้สร้างเครือข่ายตรวจสภาพอากาศและน้ำ หรือติดตามการเคลื่อนที่ รวมถึงฝังในคอนกรีตติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร  ด้านการแพทย์สามารถนำไปใช้กับเครื่องปรับจังหวะเต้นของหัวใจที่อ่านข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้ละเอียดยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;tags. : &lt;/span&gt;&lt;a title="ค้นหา ไมโครชิพ" href="http://content.mthai.com/search_content.php?keyword=ไมโครชิพ&amp;amp;pid=2&amp;amp;cate_id=62" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ไมโครชิพ &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;  &lt;/span&gt;&lt;a title="ค้นหา อิเล็กทรอนิกส์" href="http://content.mthai.com/search_content.php?keyword=อิเล็กทรอนิกส์&amp;amp;pid=2&amp;amp;cate_id=62" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;อิเล็กทรอนิกส์ &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6387144661456864092-2256968404003275996?l=wankub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wankub.blogspot.com/feeds/2256968404003275996/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6387144661456864092&amp;postID=2256968404003275996' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/2256968404003275996'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6387144661456864092/posts/default/2256968404003275996'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wankub.blogspot.com/2008/06/blog-post.html' title='ไมโคชิพกินไฟน้อยที่สุดในโลก'/><author><name>491102064207</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15475103360139620730</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
